มรส.เดินหน้าต่อ จ่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการ อพ.สธ. หวังยกระดับศักยภาพ

มรส.เดินหน้าต่อ จ่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการ อพ.สธ.

ด้านอธิการบดีฯ อัดแรงเสริมเติมเต็มสรรพกำลังงานอพ.สธ. เผยบุคลากรของมรส.มีองค์รู้ความสามารถทุกศาสตร์ พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงานฯ เชื่อมั่นสามารถสร้างงานสร้างศักยภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยงานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น ได้นำเสนอข่าวการจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 และจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563

โดยวันนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. (13 กุมภาพันธ์ 2563) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้งานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น จัดอบรมเชิงปฏิบัติการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ห้องราชพฤกษ์ 2 ชั้น 2 อาคารสำนักงานอธิการบดี โดยมี ผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมดังกล่าว

ทั้งนี้ การอบรมเชิงปฏิบัติการจัดตั้งศูนย์ประสานงานฯของมหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติจากดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ เลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ. และรองหัวหน้าสำนักงาน อพ.สธ. ฝ่ายวิชาการ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นวิทยากรบรรยาย

โดย ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ ได้เผยว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีที่ให้ความสำคัญสนองงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามหาวิทยาลัยที่จะสามารถจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการ อพ.สธ. จะต้องสนองงานพระราชดำริมาแล้วระยะหนึ่งเพราะการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดค่อนข้างมาก และทราบมาว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้สนองงานพระราชดำริฯมาแล้วมากกว่า 10 ปี

ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ ได้ชี้แจงต่อไปว่า เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ คือ เพื่อสนองงานพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ ของมหาวิทยาลัย และภายใต้แผนแม่บท อพ.สธ.ของมหาวิทยาลัยโดยจะต้องประสานงาน และขับเคลื่อนงานสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ระหว่างมหาวิทยาลัย ลูกข่ายและหน่วยงานภายนอก ภาครัฐ จังหวัด กรมต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น นอกจากนี้ การจัดศูนย์ฯดังกล่าวเพื่อเป็นหน่วยรวบรวมฐานข้อมูลทรัพยากร ได้แก่ฐานทรัพยากรกายภาพ ฐานทรัพยากรชีวภาพ และฐานทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ในงานสนองดำพระราชดำริพร้อมทั้งการจัดฝึกอบรมในศาสตร์ทุกมิติ การวางแผนและปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินงานตามแผนแม่บท และที่สำสำคัญมหาวิทยาลัยสามารถใช้งานสนองพระราชดำรินี้ไปสนับสนุนพันธกิจของมหาวิทยาลัย เช่น การเรียน การสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่น

ขณะที่อธิการบดีฯ ได้กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะยกระดับพัฒนาและสนองงานโครงการพระราชดำริฯ ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีงาน อพ.สธ.หลายมิติ ที่น่าสนใจสามารถสร้างงานสร้างศักยภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่านมีประสบการณ์มาเป็นเวลายาวนานในการดำเนินงานโครงการดังกล่าวโดยใช้ศาสตร์และความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านดำเนินการจัดกิจกรรมภายใต้ 3 กรอบ 8 กิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งมหาวิทยาลัยกำลังขยายกรอบศักยภาพในพื้นที่ที่ให้บริการวิชาการ และถ้าสามารถจัดศูนย์ประสานงานฯก็จะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีเจตนารมณ์เช่นเดียวกันที่จะให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

เยาวลักษณ์ กากแก้ว รายงาน
อาซีด ทิ้งปากถ้ำ  ภาพ

Blog Attachment