งานบริการวิชาการฯ จัดประชุมพลิกโฉม มรส. “บริการวิชาการ” คาด 3 ปีข้างหน้า success

     ขุนพลเครือข่ายบริการวิชาการร่วมถก ปูแผนการดำเนินงานในอนาคต หวังจุดเน้นหลัก 5 ประเด็น 1 ฐานการพัฒนาเป็นจริง ไม่ใช่แค่ขายฝัน ด้านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มั่นใจอนาคตเป็นกองบริการบริการวิชาการฯที่เป็นภาพรวมมหาวิทยาลัย

Reinventing academic services

     เมื่อเวลา 14.30 น. (14 มกราคม 2563) งานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น ดำเนินการจัดประชุมโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (Reinventing Surathani Rajaphat University) “บริการวิชาการ” ณ ห้องราชพฤกษ์ 4 ชั้น 3 สำนักงานอธิการบดี โดยมีผศ.ดร.เสน่ห์ บุญกำเนิด รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการเป็นประธานในการประชุม ทั้งนี้ได้มีตัวแทนจากหน่วยงานเครือข่ายบริการวิชาการฯ เข้าร่วมประชุมระดมความคิดการดำเนินงานของงานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่นในอนาคต 3 ปีข้างหน้า โดยมีจุดเน้นหลักที่นำมาอภิปราย 5 จุดเน้น 1 ฐานการพัฒนา คือการพัฒนาเกษตรคุณภาพและอาหารแปรรูป การพัฒนาท่องเที่ยวยั่งยืน การพัฒนาระบบสุขภาพและสังคมเป็นสุข ผลิตและพัฒนาครูมืออาชีพ ธุรกิจและโลจิสติกส์ และ 1 ฐานการพัฒนาคือ การพัฒนาดิจิทัลเพื่อสังคม

     โดย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เผยว่าต่อไปในอนาคตหลังจากที่จัดตั้งเป็นกองบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่นเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กองบริการวิชาการฯ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมงานบริการทุกสาสตร์และเป็นฝ่ายประสานบูรณาการร่วมกันกับการจัดการเรียนการสอนและงานวิจัย ซึ่งเป็นโจทย์ที่มหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและมีทิศทางดำเนินงานอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงอยากให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านร่วมอภิปรายและข้อเสนอแนะให้กับงานบริการวิชาการเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานและวิธีการแก้ไขปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

Reinventing academic services

     ด้านนายอรุณ หนูขาว หัวหน้างานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น กล่าวว่า โจทย์ที่ได้จากมหาวิทยาลัยคือทำอย่างไรให้งานบริการวิชาการเป็นภาพใหญ่ของมหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงต้องขอความคิดเห็นจากสมาชิกที่ประชุมร่วมอภิปรายให้แนวคิดและข้อเสนอแนะ โดยอยากทราบเบื้องต้นว่าทิศทางการดำเนินงานในอนาคตจะเป็นอย่างไร โอกาสที่จะดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมายเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด และบิ๊กดาต้าของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของรอบเก่ายังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งในรอบปีงบประมาณใหม่นี้ ทางกระทรวงให้ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดละ 5 ตำบล

     โดยมติที่ประชุมได้ให้ข้อสรุปว่า 1. ต้องสร้างทรัพยากรบุคคลด้านการบริการวิชาการให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งติดอาวุธทางปัญญาให้กับบุคลากรเหล่านั้นคือสนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือที่ทันสมัยและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน 2. การตั้งศูนย์วิจัยชุมชนเพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน 3. การสร้างเครือข่ายระดับจังหวัด ระดับภาคและระดับประเทศ 4. การบริการวิชาการที่สามารถเพิ่มมูลค่าในด้านธุรกิจของมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยมีวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยวจึงควรประสานงานกับหน่วยงานท่องเที่ยวโดยตรง เป็นต้น 4. รวบรวมกิจกรรมและเผยแพร่งานบริการวิชาการเป็นภาพของมหกรรมผลงานของแต่ละสาขาวิชาที่ดำเนินงานบริการวิชาการ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ให้ข้อเสนอแนะที่หลากหลาย เช่น การสร้างขวัญและกำลังใจในการขับเคลื่อนงานให้แก่บุคลากร การบริหารจัดการตั้งศูนย์ชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย เป็นต้น โดยหัวหน้างานบริการวิชาการฯจะนำข้อสรุปดังกล่าวเสนอที่คระกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยต่อไป

เยาวลักษณ์ กากแก้ว รายงาน
อาซีด ทิ้งปากถ้ำ  รูปภาพ

Blog Attachment