โครงการบัณฑิตอาสา ขอเชิญ”บัณฑิต” ทั่วประเทศ ที่มีใจอาสา ต้องการพัฒนาตนเอง
โครงการบัณฑิตอาสา นักพัฒนาสุขภาวะชุมชน ขอเชิญ”บัณฑิต” ทั่วประเทศ ที่มีใจอาสา ต้องการพัฒนาตนเอง และมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม มาร่วมทำหน้าที่…
โครงการบัณฑิตอาสา นักพัฒนาสุขภาวะชุมชน ขอเชิญ”บัณฑิต” ทั่วประเทศ ที่มีใจอาสา ต้องการพัฒนาตนเอง และมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม มาร่วมทำหน้าที่…
เชื่อมั่นการประกาศปิดมหาวิทยาลัยตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าไม่กระทบต่อแผนการดำเนินงานงานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น พร้อมให้ผู้รับผิดชอบโครงการส่งรายงานผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา หวังต่อยอดปีต่อไป เมื่อเวลา 09.00 น. (5 พฤษภาคม 2563) คณะทำงานสังกัดงานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานอธิการบดี เข้าร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการและพันธกิจที่ตอบสนองโครงการตามพระบรมราโชบายและงานตามพันธกิจตามนโยบายของมหาวิทยาลัย โดยมี ดร.พลกฤต แสงอาวุธ รองอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์ เป็นประธานในการประชุม โดยรองอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์ เปิดเผยว่า การกำหนดการประชุมดังกล่าว เป็นการกำกับ ติดตาม ผลการดำเนินงานของงานบริการพัฒนาท้องถิ่นและแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการรายงานผลให้ผู้บริหารทราบเป็นระยะๆ และได้เน้นย้ำเรื่องฐานข้อมูลทุกโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องประสานงานและรายงานผลให้ทราบได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ การใช้สื่อประชาสัมพันธ์ตามพันธกิจเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งเพราะสามารถตอบโจทย์ผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นจึงมอบหมายให้นักวิชาการคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงลิ้งการรายงานข่าว ภาพถ่ายการจัดกิจกรรมทุกโครงการที่ได้ดำเนินโครงการทุกระยะจนโครงการแล้วเสร็จ ดร.พลกฤต แสงอาวุธ ได้กล่าวถึงระบบการปฏิบัติงานของงานบริการวิชาการฯว่า ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด COVID – 19 แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถปฏิบัติงานทดแทนกันได้เพราะมีการประสานงานกันตลอดเวลา ทั้งช่องทางของการประชุมทางสื่อออนไลน์และการสลับการมาปฏิบัติหน้าที่ 50 % ของจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ทั้งหมด 7 คน โดยมีตารางการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน นอกจากนี้ได้เปิดเผยถึงโครงการต่อไปว่า จะมีการจัดตั้งศูนย์ศิษย์เก่า จำนวน 19 อำเภอ 2 จังหวัด ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะขับเคลื่อนภายใน 2 เดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน…
ผู้ช่วยอธิการบดีฯหวังราชภัฏสุราษฎร์ฯ เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ส่งเสริมสนับสนุนและประกาศเจตนารมย์อย่างชัดเจน ที่ไม่ทนต่อการทุจริตในองค์กร …..เมื่อเวลา 09.30 น. งานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น โดย ดร.สมปราชญ์ วุฒิจันทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยให้เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance” คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าว …..ทั้งนี้การจัดงานวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้สังคมและทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงผลเสียร้ายแรงที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน และร่วมแสดงพลังต่อต้านการทุจริตเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต …..ด้าน ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ ได้ให้ความเห็นว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ประกาศเจตนารมย์อย่างชัดเจนในการสนับสนุนแนวคิด“Zero Tolerance” คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต และปวารณาตนเสมอว่า เป็นมหาวิทยาลัยพลังแผ่นดิน สร้างแผ่นดินให้มีพลัง ดังนั้น การเข้าร่วมงานดังกล่าวในครั้งนี้ จึงเป็นการประกาศให้ทุกองคาพยพได้ทราบว่ามหาวิทยาลัยจะเป็นอีกหนึ่งพลังในการต่อต้านทุจริตในองค์กรและสร้างวัฒนธรรมสุจริตให้เกิดขึ้นกับองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม …..ซึ่งการจัดงานดังกล่าวได้มีหน่วยงานหลายภาคส่วนเข้าร่วมรับฟังการบรรยายและได้เสนอแนวคิดในการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” โดยผลสรุปของการบรรยายนได้เน้นย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ และปกป้องสิทธิของตนเองและประเทศชาติ โดยไม่ทนต่อการทุจริต และมีจิตสำนึกที่ถูกต้อง ยึดมั่นคุณธรรม จริยธรรม และความพอเพียง พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบและเฝ้าระวังการทุจริต เพื่อให้ประเทศไทยโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เยาวลักษณ์ กากแก้ว รายงานฝ่ายบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
…..เมื่อเวลา 11.00 น. งานบริการวิชาพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางไปยังโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช บ้านทุ่งตาหนอน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไชยวัฒน์ เผือกคง รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและคณะทำงานบริการวิชาการ ได้ร่วมประชุม โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดสุราฎร์ธานี (อพ.สธ. -จ.สุราษฎร์ธานี) …..ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ แปลงที่ 10 แปลงป่าอนุรักษ์ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ โดยได้ดำเนินการปลูกพันธ์ไม้ 15 ชนิด จำนวน 450 ต้น บำรุงรักษาพันธ์ไม้เดิมที่มีอยู่ภายในแปลง ได้วางแผนดำเนินงานพัฒนาปรับปรุงพื้นที่แปลงป่าอนุรักษ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืนของชุมชน และเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานให้เป็นไปตามกรอบของโครงการ อพ.สธ. อย่างมีประสิธิภาพ
เมื่อเวลา 09.30 น. (22 ตุลาคม 2563) นายอรุณ หนูขาว รักษาการผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งกองบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น และคณะ ได้เดินทางไป ณ ถนนซอย 3 ศาลาประชุมหมู่ที่ 7 บ้านใหม่นิคม ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าร่วมโครงการ“1 ตำบล 1 ถนนกินได้ปลอดภัยไร้สารพิษฯ” ภายใต้การ “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนการปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” โดยมี นายนพรัตน์ ธำรงทรัพย์ พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งโครงการดังกล่าวมีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำกลุ่มองค์กรเครือข่าย และประชาชน ทั้งนี้ได้จัดกิจกรรมให้ประธานในพิธีเปิดป้ายโครงการ และประชาชน พร้อมทั้ง หัวหน้าหน่วยราชการต่าง ๆร่วมปลูกผัก สร้างความมั่นคงทางอาหาร เช่น ชะอม,กล้วย,มะขามและสะเดามาเลย์ เป็นต้น
วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เป็นวันมงคลของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยพลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อขับเคลื่อนตามพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการระดับจังหวัด นำโดย ท่านวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ได้มีการรับฟังรายงานผลการดำเนินงานพัฒนาท้องถิ่น การพัฒนาครูของมหาวิทยาลัย และได้พบปะกับคณาจารย์และนักศึกษาคณะครุศาสตร์ จากนั้นในช่วงบ่ายท่านองคมนตรีได้เดินทางไปยังศาลาประชาคมบ้านใหม่พัฒนา ม.7 ต.ขุนทะเล อ.เมืองฯ เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยได้มาดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีพี่น้องชาวขุนทะเลให้การต้อนรับ พร้อมทั้งนำเสนอการดำเนินงานต่างๆที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ตลอดเวลาร่วม 2 ชั่วโมง บรรยากาศของการพบปะอบอวลไปด้วยไมตรีจิตจากท่านองคมนตรี ส่งผลให้พี่น้องในพื้นที่ซึ่งมาจากทุกหมู่บ้านของ ต.ขุนทะเล ภายใต้แนวทาง “ขุนทะเลรวมเป็นหนึ่ง” ทุกคนต่างมีความสุขที่ได้มีโอกาสอันเป็นมงคลชีวิตในคราวนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะนำทุกสรรพวิชาที่เรามีเข้าสู่ท้องถิ่น ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม แม้นรู้ดีว่า หนทางแห่งการเดินทางนี้ยังคงมีอุปสรรคอีกมากมายรออยู่ แต่เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าอย่างสุดกำลัง ดังที่ได้ให้คำสัญญากับสังคมไว้ว่า เราจะเป็นมหาวิทยาลัยพลังแผ่นดิน ผู้สร้างแผ่นดินให้เป็นพลัง“SRUมหาวิทยาลัยพลังแผ่นดิน” อาซีด ทิ้งปากถ้ำ รายงาน/ภาพฝ่ายบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี